to JBP Home Site

 

 

 
เรียนรู้ภาษาอย่างชาญฉลาด โดย ดร นวลอนงค์ บุญจรูญศิลป์

การเรียนรู้ภาษาที่สองหรือภาษาที่ไม่ใช่ภาษาแม่จะเป็นงานที่ยากมากสำหรับใครบางคน โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าเริ่มต้นในวัยผู้ใหญ่ อย่างไรก็ตาม
เป็นเรื่องที่น่าอัศจรรย์ที่การเรียนรู้ภาษาที่สองกลับเป็นงานที่่ง่ายสำหรับทารก

พัฒนาการของภาษาพูด ทั้งด้านการรับรู้และการแสดงออก จะเป็นไปได้ต้องอาศัยองค์ประกอบต่อไปนี้
- ระบบการได้ยินที่ปกติ
- ระบบการแปลข้อมูลในสมองที่ปกติ
- ระบบการออกเสียงที่ปกติ
- สิ่งเร้าจากภายนอกที่เหมาะสม

ทำไมทารกสามารถเรียนรู้ภาษาได้ดี และง่ายกว่าผู้ใหญ่
สมองนับเป็นอวัยวะสำคัญในการควบคุมการทำงานของอวัยวะต่างๆ ในร่างกาย นอกจากนี้สมองยังทำหน้าที่ควบคุมกระบวนการคิด การพูด การได้ยิน ซึ่งเป็นส่วนประกอบสำคัญของพัฒนาการทางภาษา ทารกเป็นวัยที่เซลล์สมองกำลังเจริญเติบโตและพัฒนา อย่างเต็มที่ ซึ่งรวมถึงเซลล์สมองที่ทำหน้าที่เกี่ยวข้องกับภาษาด้วย
สมองของทารกวัย 3 ขวบปีแรก จะมีการเจริญเติบโตและพัฒนาอย่างรวดเร็ว เซลล์สมองมีการสร้างเส้นใยเชื่อมโยงมากมาย มีเครือข่ายที่กระจายอย่างต่อเนื่อง กว้างขวางและสลับซับซ้อน เมื่อได้ยินเสียงพูด เซลล์สมองจะรับสิ่งที่ได้ยินและแปลเป็นสัญญานประสาทส่งไปตามเส้นใยประสาท ที่ทำหน้าที่เกี่ยวข้องกับ เรื่องของภาษาที่อยู่ในสมอง ซึ่งถ้าเซลล์สมองเหล่านี้ได้รับการกระตุ้นบ่อยๆ ก็จะทำให้เซลล์สมองรับส่งสัญญานประสาทได้อย่างสม่ำเสมอและมั่นคง ซึ่งจะส่งผลให้พัฒนาการด้านภาษาถูกพัฒนาอย่างรวดเร็ว
การที่เด็กเล็กคนหนึ่งจะพัฒนาภาษาและการพูดขึ้นมาได้นั้น จะต้องเกิดจากการที่เด็กมีการติดต่อกับบุคคลที่อยู่แวดล้อม เช่น แม่ พ่อ พี่เลี้ยงอย่างต่อเนื่องและสม่ำเสมอ

ควรเริ่มภาษาที่สองให้ลูกเมื่อไรดี
จากเอกสารงานวิจัยในประเทศตะวันตกที่ผ่านมา พบว่าช่วงอายุที่เหมาะสมสำหรับการเรียนรู้ภาษาที่สองคือ ช่่่่วงอายุ 10 ขวบปีแรก ซึ่งนับเป็นช่วงเวลาทองของการเรียนรู้ภาษาที่สอง และหลังจากช่วงเวลานั้นแล้ว การเรียนรู้ภาษาใหม่จะยากขึ้น ผู้เรียนจะต้องใช้ความพยายามและใช้เวลาในการฝึกฝนและเรียนรู้ภาษาที่สองมากขึ้น จึงจะสามารถเข้าใจและจดจำได้ ดังนั้น การส่งเสริมความสามารถทางภาษาให้ได้ประสิทธิภาพสูงสุด จึงควรที่จะเริ่มในช่วงเวลาที่เหมาะสม

ทำอย่างไรให้ลูกน้อยเก่งภาษา
นอกจากช่วงเวลาจะเป็นปัจจัยสำคัญในการพัฒนาภาษาแล้ว การส่งเสริมให้ลูกน้อยเก่งภาษายังต้องอาศัยองค์ประกอบสำคัญอื่นๆ ดังต่อไปนี้
1. พยายามสื่ิอสารกับลูกด้วยภาษาที่ต้องการฝึกลูกให้บ่อยมากที่สุด เพื่อให้เกิดความคุ้นเคย ความถี่และความสม่ำเสมอ จะช่วยให้ลูกเรียนรู้และจำได้ดี อาจใช้ท่าทางหรืออุปกรณ์ประกอบคำพูด
2. สร้างบรรยากาศให้น่าเรียนรู้ คุณอาจจัดกิจกรรมหรือเล่นเกมส์ภาษากับลูกน้อย โดยอาจทำเป็นบัตรคำ หรือเกมส์ทายคำศัพท์ เล่านิทานชนิดที่มีภาพประกอบโดยใช้ภาษาที่สอง หรือชวนร้องเพลงที่มีเนื้อร้องเป็นภาษาที่สอง
3. ให้เวลาและกำลังใจ คุณควรให้เวลาลูกน้อยในการเรียนรู้คำใหม่ๆ รวมทั้งคำที่ยาก ไม่เร่งรัดมากเกินไปและควรให้กำลังใจอย่างสม่ำเสมอ
4. สื่อสารกันระหว่างสมาชิกในบ้านด้วยภาษาที่สอง
5. คุณควรสังเกตว่าลูกของคุณมีปัญหาหรือมีความบกพร่องในด้านใดบ้าง เพื่อที่จะได้ปรับแก้ไขให้เหมาะสม เช่น เรื่องการได้ยิน การออกเสียง การจำคำศัพท์ เป็นต้น
องค์ประกอบทั้งหมดที่กล่าวมาเป็นปัจจัยสำคัญที่จะช่วยให้ลูกน้อยสามารถเรียนรู้ภาษาที่สองได้ดี แต่อย่างไรก็ตามต้องคำนึงถึงธรรมชาติและความสามารถของเด็กด้วย
 

___________________________________________________

UP
Top

Back

Copyrights
All materials may not be used without a written consent from DrLek.com

 


 

KNOWLEDGE BASE

Nanasara

Audio

Health Boards

First aids



What would I do without you?

Send an E-Card today

Free from DrLek.com



The current 
Time/Temperature
in Bangkok