to JBP Home Site

 

 

 
โรคชอบนั่งเน่าเจ่าจุก SEDENTARINESS

Sedentary เป็นคำคุณศัพท์ แปลตรงตัวว่า นั่ง ผมเลยแปลชื่อโรคนี้ว่า โรคชอบนั่งเน่าเจ่าจุก คุณพ่อคุณแม่ยุคใหม่พบปัญหานี้มากขึ้นเรื่อยๆในเด็ก ปัจจุบันเราจะสังเกตเห็นว่าเด็กเล่นอะไรนิดหน่อย ออกแรงนิดเดียว ก็เหนื่อยซะแล้ว เด็กที่เล่นแล้วเหนื่อยง่าย เราต้องถามประวัติ ตรวจร่างกายให้ละเอียดเสียก่อนว่า ไม่ได้เป็นโรคระบบการหายใจ โรคหัวใจ โรคของระบบประสาทกล้ามเนื้อ หรือเป็นโรคระบบเลือด จากนั้นเราจะนึกถึงโรคทางจิตใจหรือเป็นโรคทางพฤติกรรม โรคหนึ่งที่พบว่ากำลังเป็นปัญหามากขึ้นโดยแฉพาะเด็กในเมือง มักเป็นกับเด็กที่อ้วน นั่งหน้าจอโทรทัศน์ได้ทั้งวัน โรคนี้มีชื่อเป็นภาษาฝรั่งว่า SEDENTARINESS ผมแปลเองเป็นภาษาไทยว่าโรคชอบนั่งเน่าเจ่าจุก ครับ
โรคนี้เป็นยังไง โรคที่ว่านี้เป็นแล้วออกแรงนิดเดียวก็เหนื่อย เนื่องจากมีการเปลี่ยนแปลงของกล้ามเนื้อทำให้กล้ามเนื้ออ่อนแรง โรคนี้มักเป็นกับเด็กอ้วน และกำลังมีจำนวนเพิ่มมากขึ้นทุกวัน ทั้งนี้เป็นผลจากปัจจุบันเด็กมีการออกกำลังกายกันลดลง มีการศึกษาของแพทย์อเมริกันพบว่าในปี 1996 มีเด็กเพียง 50 %มีออกกำลังกายอย่างหนัก 25 %ไม่ได้ออกกำลังกายเลย เด็กที่เป็นโรคนี้เล่นอะไรก็เหนื่อยง่าย มีสาเหตุใหญ่ ๆ 2 ประการ ด้วยกัน คือ เด็กเป็นโรคนี้ กล้ามเนื้อหัวใจบีบเลือดออกมา แต่ละครั้งได้น้อยลง การสูบฉีดเลือดออกจากหัวใจลดลง ทั้งยังมีการใช้ออกซิเจนระดับเซลลดลงด้วย
การซักประวัติจะเป็นหนทางสำคัญในการวินิจฉัยโรคนี้ เริ่มต้นที่ ซักถามพ่อแม่ถึงกิจกรรมที่เด็กชอบนั่งเน่าเจ่าจุก เริ่มจากวันนึงเด็กนั่งเฝ้าหน้าจอทีวีวันละกี่ชั่วโมง ให้พ่อแม่เปรียบเทียบว่าในแต่ละวันได้ออกแรงเล่นวันละมากหรือน้อยอย่างไร เมื่อเปรียบเทียบกับเด็กคนอื่นๆ การรักษาโรคนี้จึงเป็นการปรับเปลี่ยนทัศนคติและพฤติกรรมของพ่อแม่ที่มีต่อเด็กๆเป็นสำคัญ แทนที่การที่จะให้เด็กหมดเวลาไปกับหน้าจอ เพลินไปเกม หรือหนังสือการ์ตูน เราควรใส่ใจให้เด็กชอบที่จะออกแรงกัน ออกกำลังกายกัน เดินให้มากขึ้นกว่าเดิม แทนที่การอยู่อย่างสบายจนเกินไป
คุณพ่อคุณแม่จะต้องเป็นแบบอย่างที่ดีครับ ชวนกันไปเล่นนอกบ้าน ไปสวนสาธารณะ ไปออกกำลังกาย มากกว่าจะมานั่งเน่าเจ่าจุก และดีกว่าจะมาจำกัดเวลาห้ามไม่ให้เด็กเล่นเกม จำกัดเวลาในการดูทีวีแบบนั้น สำหรับในระดับชุมชนแล้ว ผู้นำในชุมชนจะต้องสร้างบรรยากาศ สร้างสวนสาธารณะเพิ่มขึ้น ให้เกิดภูมิทัศน์ที่สวยงาม ให้เด็กและผู้คนในชุมชนได้ไปออก กำลังกาย เด็กควรออกแรงเล่นติดต่อกันได้นาน 30นาทีโดยไม่เหนื่อยง่าย น่าจะเป็นหลักฐานได้ว่า มีเรี่ยวแรงดี บางสมาคมแพทย์ที่เกี่ยวกับการออกกำลังว่าแค่ 30 นาทีนี่น้อยไปอยากให้เล่นได้นานถึง 60 นาที จึงจะรู้สึกว่าเหนื่อย นั่นแหละ ถึงจะเรียกว่าแข็งแรง หรือ ฟิตดีแบบนั้น
เนื่องจากโรคนี้พบมากในเด็กที่มีปัญหาโรคอ้วนด้วย สมาคมผู้เชี่ยวชาญโนโรคอ้วนจึงมีคำแนะนำว่า ทั้งคุณพ่อ คุณแม่ คุณหมอ และทุกๆฝ่ายควรสนใจเด็กอ้วนตั้งแต่อายุน้อยๆ เมื่อพบว่าเด็กอ้วนตั้งแต่อายุน้อยๆ เช่นพบว่าเด็กอายุเพียง 3 ปีก็อ้วนมากแล้ว ทุกๆฝ่ายต้องรีบให้คำแนะนำ ให้การรักษา ทั้งยังเห็นว่าในทุกๆระดับ ไม่ว่าจะเป็นในระดับครอบครัว ในระดับชุมชนหรือในระดับประเทศต้องส่งเสริมให้เด็กหมั่นออกกำลังกายอย่าให้เด็กชอบเอาแต่นั่งเน่าเจ่าจุก โดยทุกฝ่ายควรมุ่งเน้นในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมให้เด็กชอบออกแรง ออกกำลังกาย เลือกทานอาหารให้เหมาะสม มากกว่ามุ่งเน้นในเรื่องให้มีการเปลี่ยนแปลงของน้ำหนักแต่เพียงอย่างเดียว
ทุกๆครั้งที่ได้มีการพบกันของคุณพ่อคุณแม่กับบุคลากรทางการแพทย์ หมอต้องหมั่นถามพ่อแม่ถึงการเปลี่ยนพฤติกรรมของเด็ก ดูการตอบสนองของเด็ก ให้กำลังใจพ่อแม่เพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในทางที่ดี การแนะนำแต่เนิ่นๆมีผลดีมากกว่า การที่ต้องมา แก้ปัญหาในภายหลัง ที่จะพบว่าเด็กออกกำลังไม่ไหว เหนื่อยง่าย หรือเด็กติดเป็นนิสัยไม่ยอมออกกำลังเลย
เดี๋ยวนี้เรามีหน่วยงานชื่อ สสส ย่อมาจากอะไรจำไม่ได้แล้ว ที่ออกแรงเชิญชวนให้ทุกคนออกกำลังกาย เอาเป็นว่าความเป็นหมอเด็ก อยากเห็นเด็กแข็งแรง แต่จริงๆแล้วหากพ่อแม่แข็งแรงด้วยก็จะดีมาก อยากให้ทุกคนชอบออกกำลังกาย ลองไม่ขับรถแล้วลองเดิน ไปปากตรอก ชอบที่จะล้างรถเองแทนการรับบริการจากคาร์แคร์เสียบ้าง ก็จะดีไม่น้อยแทนที่จะนั่งแต่หน้าจอคอม หรือจอทีวีเท่านั้น หากทั้งวันต้องนั่งทำแต่งานแบบนั้น ก็ต้องลองเดินขึ้นลงบันไดแทนการใช้ลิฟท์บ้าง ต้องลองขยับขาแข้ง หรือแกว่งแขนบริหาร ลมหายใจ ผมเชื่อว่าทุกคนจะแข็งแรง ไม่เหนื่อยง่าย และไม่ป่วยเป็นโรคชอบนั่งเน่าเจ่าจุก Sedentariness นี้แน่นอนครับ

จักรพันธ์ สุศิวะ
ธันวาคม 2547

Back

KNOWLEDGE BASE



Nanasara

Audio

Health Boards

First aids

What Would I Do Without You...

What would I do without you?

Send an E-Card today

Free from DrLek.com



The current 
Time/Temperature
in Bangkok